คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เฉพาะการกระทำความผิดฐานอื่นที่ไม่ใช่ความผิดคดีค้ามนุษย์ จะตกอยู่ในบังคับตามพ.ร.บ.คดีค้ามนุษย์หรือไม่

คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เฉพาะการกระทำความผิดฐานอื่นที่มิใช่ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตกอยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๔๓ ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาพร้อมฎีกาด้วย

คดีนี้เป็นคดีค้ามนุษย์ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ยกฟ้องจำเลยทั้งห้า เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งห้าหลังจากที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีผลใช้บังคับ ดังนั้น การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องแสดงเหตุที่ศาลฎีกาควรรับไว้พิจารณาตาม มาตรา ๔๕ พร้อมกับคำฟ้องฎีกา โจทก์ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ แต่ไม่ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาตามมาตรา ๔๓ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ตามนัยคำสั่งศาลฎีกาที่ คร.คม. ๕๑๘๑/๒๕๖๑

 

ผู้เขียน  นายประเสริฐ  ผดุงเกียรติวัฒนา  ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

 ผู้ตรวจ  นายสายโชค  ศรีทอง  ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 

 

 

 

 

 

 

 


เผยแพร่โดย

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในห้องชุด

ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตอนที่ 1

การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ตามหลักการไต่สวนพยานต่อหน้าศาลและต่อหน้าจำเลย

กรณีจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) มาบังคับใช้ย้อนหลังแก่คดีที่ถึงที่สุดก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับฯ
ปัญหาการปรับบทลงโทษกรณีเหตุฉกรรจ์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒), ๗๓ วรรคสอง (๒) และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง (๒)