ฟ้องเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดิน หากศาลสูงพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว จะถอนฟ้องได้เมื่อไร

ฟ้องเป็นคดีความผิดอาญาต่อแผ่นดินต้องขอถอนฟ้องก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่หากศาลสูงพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัวย่อมถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด

แม้โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วได้ความว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสาม และยังไม่มีคำพิพากษาศาลสูงเปลี่ยนแปลงแก้ไข กรณีย่อมถือว่าคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งโจทก์ชอบที่จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องโดยจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒)  (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๗๙๓/๒๕๕๗)

 

 

ผู้เขียน  นางสุรัชดา เตชะภาสรนันทน์  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ผู้ตรวจ  นายสมศักย์ ธรรมชัยเดชา  ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖

 

                                                           


เผยแพร่โดย

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
การแต่งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณายื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกา กรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้เลิกนิติบุคคลผู้เป็นตัวความ

แนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ตอนที่ 2)

การถอนคำร้องทุกข์ทำให้สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของโจทก์ย่อมเป็นอันระงับไป เป็นผลให้คำขอในส่วนแพ่งที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายตกไปด้วย

การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องบังคับจำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 729/1 ศึกษาความรับผิดของผู้จำนองกรณีผู้รับจำนองใช้สิทธิฟ้องบังคับจำนอง ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากผู้จำนอง (ตอนที่ 1)
การยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีล้มละลาย กรณีความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146