คดีละเมิดรถเฉี่ยวชนกัน

วันที่เผยแพร่
24/11/2564

คดีละเมิดรถเฉี่ยวชนกัน จำเลยมักต่อสู้ว่า ฝ่ายโจทก์มีส่วนประมาทด้วย หากศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่า ฝ่ายโจทก์มีส่วนประมาทด้วย จะมีผลต่อค่าสินไหมทดแทนที่ฝ่ายโจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากฝ่ายจำเลยแค่ไหน เพียงใด

                   ๑. ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าฝ่ายโจทก์กับฝ่ายจำเลยต่างฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โจทก์จะเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๘๐/๒๕๔๘, ๖๙๖๔/๒๕๖๑) 

                   ๒. ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประมาทมากกว่าจำเลย ต้องพิพากษายกฟ้อง มิใช่กำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์แต่ปรับลดค่าสินไหมทดแทนลง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๘๖๔/๒๕๔๖, ๔๖๔๑/๒๕๕๘)

                 ๓.กรณีที่ศาลฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีส่วนประมาท แต่จำเลยประมาทมากกว่า ศาลจะกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ โดยอาจกำหนดเป็นสัดส่วนความรับผิดก่อนแล้วจึงกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยต้องรับผิด หรือกำหนดเป็นจำนวนเงินไปเสียทีเดียว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๕๑๘/๒๕๕๗) 

 

ภาพประกอบจาก Freepik.com


เผยแพร่โดย

แผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในห้องชุด

ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตอนที่ 1

การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ตามหลักการไต่สวนพยานต่อหน้าศาลและต่อหน้าจำเลย

กรณีจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) มาบังคับใช้ย้อนหลังแก่คดีที่ถึงที่สุดก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับฯ
ปัญหาการปรับบทลงโทษกรณีเหตุฉกรรจ์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒), ๗๓ วรรคสอง (๒) และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง (๒)