แนวคำพิพากษาคดีสำคัญอื่น ๆ ผู้เอาประกันต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย

วันที่เผยแพร่
07/07/2565

แนวคำพิพากษาคดีสำคัญอื่น ๆ กรณีผู้เอาประกันต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย

กรณีรถยนต์สูญหายในที่สาธารณะ ผู้เอาประกันต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13071/2558 )

    ขณะทำสัญญาประกันภัย โจทก์ยังเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่เอาประกันภัย จึงเป็นผู้มีมีส่วนได้เสีย ในสัญญาประกันภัย แม้ต่อมาโจทก์ขายรถยนต์ที่เช่าซื้อให้ผู้อื่นไป แต่โจทก์กระทำโดยลำพังไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อ ก็เป็นเพียงการมอบรถยนต์ให้ผู้ซื้อครอบครองแทน แต่สิทธิการครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อยังอยู่ที่โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เช่าซื้อขณะทำสัญญาประกันภัยกับ สัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันตามกฎหมาย

    ขณะที่โจทก์ทำสัญญาประกันภัยกับจำเลย โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากผู้ให้เช่าซื้อ ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อ แม้ต่อมาโจทก์ทำสัญญาขายรถยนต์คันพิพาทให้แก่บุคคลภายนอกโดยมีข้อตกลงให้บุคคลภายนอกผ่อนชำระค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลืออันเป็นการโอนสิทธิ์การเช่าซื้อโดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ตกลงด้วย จึงเป็นการโอนสิทธิการเช่าซื้อโดยไม่ชอบและไม่มีผลผูกพันผู้ให้เช่าซื้อก็ตาม แต่โจทย์ยังคงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อเช่นเดิม ทั้งเมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว รถยนต์ที่เช่าซื้อย่อมตกเป็นสิทธิ์ของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 572 ดังนั้นการที่โจทก์ทำสัญญาขายรถยนต์ให้กับนายบ. และส่งมอบรถยนต์ให้นายบ.ครอบครองนั้น เป็นเพียงการครอบครองแทนโจทก์ แต่โจทก์ยังคงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เช่าซื้อขณะทำสัญญาประกันภัย สัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันตามกฎหมายเมื่อรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้สูญหายไปโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย

ภาพประกอบจาก


เผยแพร่โดย

แผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในห้องชุด

ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตอนที่ 1

การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ตามหลักการไต่สวนพยานต่อหน้าศาลและต่อหน้าจำเลย

กรณีจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) มาบังคับใช้ย้อนหลังแก่คดีที่ถึงที่สุดก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับฯ
ปัญหาการปรับบทลงโทษกรณีเหตุฉกรรจ์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒), ๗๓ วรรคสอง (๒) และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง (๒)