ในคดีละเมิดอำนาจศาล ศาลชั้นต้นลงโทษผู้ถูกกล่าวหาฐานละเมิดอำนาจศาลให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 500 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาได้หรือไม่

ในคดีละเมิดอำนาจศาล ศาลชั้นต้นลงโทษผู้ถูกกล่าวหาฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ (๑) , ๓๓ ให้จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๕๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาได้หรือไม่

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๓ เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อให้ศาลสามารถควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปโดยราบรื่น รวดเร็ว และเป็นธรรม ทั้งยังเป็นบทบัญญัติพิเศษไม่เกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำผิดทางอาญาทั่วไป จึงไม่อยู่ในบังคับของข้อจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมิใช่คดีแพ่งทั่วไปที่อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๔/๑ และมาตรา ๒๔๗ ที่การฎีกาจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ผู้ถูกกล่าวหาจึงสามารถฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๑๙๒๖/๒๕๔๘ , ท.๕๙๘/๒๕๖๒ , ท. ๓๘๗/๒๕๖๔ , ท. ๑๒๕/๒๕๖๖ )

ผู้เขียน  นางสาวลดาวัลย์ อริยสิทธิ์  ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ผู้ตรวจ  นายฉันชาย โรจนสโรช  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๘


เผยแพร่โดย

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในห้องชุด

ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตอนที่ 1

การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ตามหลักการไต่สวนพยานต่อหน้าศาลและต่อหน้าจำเลย

กรณีจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) มาบังคับใช้ย้อนหลังแก่คดีที่ถึงที่สุดก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับฯ
ปัญหาการปรับบทลงโทษกรณีเหตุฉกรรจ์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒), ๗๓ วรรคสอง (๒) และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง (๒)