การขอย่นหรือขยายระยะเวลาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 มาอนุโลมใช้

การขอย่นหรือขยายระยะเวลาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ มาอนุโลมใช้

          ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 9 บัญญัติว่า “ระยะเวลาที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่นที่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้นำมาใช้บังคับ ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา หรือตามที่ศาลกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความมีคำขอ ศาลอาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม” เป็นกรณีที่มีบทบัญญัติเรื่องการย่นหรือขยายระยะเวลากำหนดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 มาอนุโลมใช้ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ได้ และบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าคู่ความต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาก่อนสิ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้และมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยในกรณีที่ยื่นขอขยายระยะเวลาเมื่อสิ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังเช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว จำเลยที่ 1 ก็หาจำต้องแสดงเหตุสุดวิสัยในคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 ไม่

          การขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ประธานศาลฎีกาได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 47ออกข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559ไว้ในข้อ 31ซึ่งกำหนดว่า “ในกรณีที่มีการขอขยายระยะเวลาใด ๆ เช่น การยื่นคำร้องขอหรือฎีกา หากศาลชั้นต้นเห็นสมควรอนุญาตให้ขยาย ให้ศาลชั้นต้นสั่งตามที่เห็นสมควร มิฉะนั้นให้รีบส่งคำร้องขอขยายระยะเวลาพร้อมสำนวนความไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็ว” ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลยที่ 1 เสียเอง จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติตามข้อบังคับดังกล่าว ชอบที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลยที่ 1 และวินิจฉัยคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของจำเลยที่ 1ดังกล่าวและมีคำสั่งใหม่ได้

(คำสั่ง คร.อท.527-535/2568)

 

    ผู้เขียน  นางณิชพัณณ์ วีระจารุพันธ์  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

                                                                                  ผู้ตรวจ  นายประเสริฐ ผดุงเกียรติวัฒนา                                                          ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

                                                                                                          วันที่ 2 เมษายน 2569


เผยแพร่โดย

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
หลักกฎหมายตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4002/2562

ปัญหาการร่วมลงทุนกับการฟ้องคดีโดยอ้างว่าเป็นหุ้นส่วน

การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องบังคับจำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 729/1 ศึกษาความรับผิดของผู้จำนองกรณีผู้รับจำนองใช้สิทธิฟ้องบังคับจำนอง ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากผู้จำนอง (ตอนที่ 2)

การหลุดพ้นจากการล้มละลาย (Exits from Bankruptcy)
“คณะผู้ไต่สวนอิสระ” คือใคร