คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน (จำนำข้าว)

portfolio
21 พฤษภาคม 2569
เข้าดู 70 ครั้ง

          เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา อัยการสูงสุดยื่นฟ้องพันตรีวีระวุฒิวัจนะพุกกะ กับพวกรวม ๒๗ คน เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำที่ อม ๒๙/๒๕๖๙       

          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ อนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตามลำดับ ระหว่างวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตและโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ กรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตร่วมกับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๓ เสนอราคาซื้อขายข้าวเพื่อเอื้ออำนวยแก่บริษัทเอกชน ๔ บริษัท ซึ่งเป็นผู้เข้าเสนอราคา เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐแบบรัฐต่อรัฐในราคาต่ำกว่าท้องตลาดเป็นพิเศษ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและเป็นการเอาเปรียบแก่กรมการค้าต่างประเทศอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ และแอบอ้างว่าบริษัททั้งสี่ดังกล่าวเป็นผู้แทนของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้บริษัททั้งสี่ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้วบริษัททั้งสี่ไม่ใช่ผู้แทนของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่มีความประสงค์ที่จะซื้อและรับมอบข้าว และไม่ใช่ผู้ชำระเงินค่าข้าวและรับมอบข้าวตามสัญญาดังกล่าว แต่เป็นจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ กับพวก ที่ได้ร่วมกันชำระเงินค่าข้าวและรับมอบข้าว แล้วร่วมกันนำข้าวบางส่วนตามสัญญาซื้อขายออกหมุนเวียนขายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจค้าข้าวภายในประเทศ อันเป็นการได้เปรียบผู้ค้าข้าวทั้งประเทศโดยทุจริต เมื่อระหว่างวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จำเลยที่ ๑๔ ถึงที่ ๒๗ ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าข้าวโดยรู้อยู่แล้วว่ามีการทุจริตนำข้าวที่ทำสัญญาซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐมาขายให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าข้าวภายในประเทศ ได้ร่วมกันซื้อข้าวและรับมอบข้าวบางส่วนตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจากจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ กับพวก โดยจำเลยที่ ๑๔ ถึงที่ ๒๗ ซื้อข้าวและชำระค่าข้าวด้วยแคชเชียร์เช็คให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ กับพวก พร้อมรับมอบข้าวไป อันเป็นการสนับสนุนจำเลยที่ ๑ กับพวก เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เหตุเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า และกระทรวงพาณิชย์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และท้องที่รับมอบข้าวจากองค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๖, ๙๑, ๑๕๑, ๑๕๗ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐, ๑๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๙๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๘๓, ๑๗๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๖, ๙๑ ริบเงินคงเหลือในบัญชีของกรมการค้าต่างประเทศตามสัญญาซื้อขาย จำนวน ๖๗๘,๒๓๐,๑๑๓.๓๐ บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๘๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ 

          ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ต่อไป./