ในคดีอาญาที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา หากศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษจำเลยหนักเกินไป ศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษจำเลยให้เหมาะสมได้หรือไม่
แม้เป็นคดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่หากคดีนั้นขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา และศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษจำเลยหนักเกินไป ศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมตามรูปคดีได้ อันเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษตามความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๑๕ และมาตรา ๒๒๕ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๘๒๔/๒๕๖๓ , ๒๐๒๕/๒๕๔๑)
ผู้เขียน นางสาวลดาวัลย์ อริยสิทธิ์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ผู้ตรวจ นายสมศักย์ ธรรมชัยเดชา ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๘