ในคดีแพ่งโจทก์จะยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาได้หรือไม่ หากมีกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว

วันที่เผยแพร่
15/04/2563

          ในคดีแพ่ง โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ ยกคำร้อง ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในกำหนด โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ของโจทก์

          โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมคำฟ้องฎีกาอ้างว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ชอบ

          ในปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ ที่ ครพ. ๑๑๖/๒๕๖๑ ได้วินิจฉัยไว้ว่า

         ฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖/๑ วรรคสี่ บัญญัติให้คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ซึ่งเป็นบทมาตราที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ โจทก์ไม่อาจขออนุญาตฎีกาได้

          ดังนั้น กรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะให้เป็นที่สุดแล้ว คู่ความจะขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาไม่ได้

 

ผู้เขียน  นางอัญญรัตน์  รัตกิจนากร ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ผู้ตรวจ  นายเอื้อน  ขุนแก้ว  ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา                                  

                                                              

 


เผยแพร่โดย

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

เข้าดู
แชร์บทความนี้

บทความสาระความรู้ล่าสุด
“คณะผู้ไต่สวนอิสระ” คือใคร

ข้อควรพิจารณาในการใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีตามมาตรา ๑๓๒ วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓

ทำความรู้จัก "Incoterms 2020" ตอนที่ 2

กรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและความผิดอื่นเกิดในภูมิภาค คู่ความอุทธรณ์เฉพาะความผิดอื่นจะต้องส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค
ปัญหาในการปรับบทลงโทษ กรณีข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อเสพ