ภาษีศุลกากร : หลักเกณฑ์การตีความพิกัด

ครพ.ภษ.8403/2568

           ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากตรวจปล่อยสินค้าพิพาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ตรวจค้นบริษัทโจทก์และยึดเอกสารบัญชีราคาสินค้า เอกสารถิ่นกำเนิดสินค้า เอกสารรับรองคุณภาพสินค้า เอกสารสัญญาขายสินค้าและการชำระราคาสินค้าของสินค้าพิพาทตามใบขนสินค้าขาเข้า ๕ ฉบับ พบว่าโจทก์สำแดงรายละเอียดสินค้าและประเภทพิกัดอัตราศุลกากรไม่ถูกต้อง ดังนี้ ๑) ใบขนสินค้าเลขที่ A๐๒๘๐๕๖๐๒๐๖๕๘๘ นำเข้าวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ และใบขนสินค้าเลขที่ A๐๒๙๐๕๖๑๐๐๑๓๙๐ นำเข้าวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ พิจารณาองค์ประกอบทางเคมีตามเอกสารรับรองคุณภาพสินค้าประกอบกับบัญชีท้าย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้า ตอนที่ ๗๒ เหล็กและเหล็กกล้า สินค้าพิพาทมีคุณสมบัติเป็นเหล็กกล้าเนื่องจากมีคาร์บอนเป็นส่วนผสมร้อยละ ๐.๑๒ - ๐.๑๘ และมีโครเมียม ร้อยละ ๐.๓๐ - ๐.๓๗ โดยน้ำหนัก จึงเป็นเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ ตามหมายเหตุของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ฉ)แต่ไม่ปรากฏปริมาณธาตุโมลิบดีนัม ทังสเตน และวาเนเดียมเจืออยู่ ไม่เข้าลักษณะตามหมายเหตุประเภทย่อยของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ง) สินค้าพิพาทจึงไม่เข้าประเภทพิกัด ๗๒๒๕.๓๐.๑๐ ในฐานะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ มีความกว้างตั้งแต่ ๖๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป อื่น ๆ ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อน เป็นม้วน ทำด้วยเหล็กกล้ารอบสูง ตามที่โจทก์สำแดง แต่สินค้าพิพาทเข้าลักษณะเป็นของตามประเภทพิกัด ๗๒๒๕.๓๐.๙๐ ในฐานะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ มีความกว้างตั้งแต่ ๖๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป อื่น ๆ ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อนเป็นม้วน อื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์การตีความข้อ ๑ และข้อ ๖ มีรหัสสถิติ ๐๒๒, ๐๒๓, ๐๒๔ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ ๑๒/๒๕๕๕ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติสินค้า ลงวันที่ ๙ มกราคม  ๒๕๕๕ สินค้าพิพาทตามใบขนสินค้าเลขที่ A๐๒๘๐๕๖๐๒๐๖๕๘๘ จึงตรงกับสินค้าตามประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง เรื่อง มาตรการปกป้องชั่วคราวจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ข้อ ๓ ที่กำหนดให้เรียกเก็บอากรชั่วคราวสำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรประเภทดังกล่าว ในอัตราร้อยละ ๓๓.๑๑ ของราคา ซีไอเอฟ และสินค้าพิพาทตามใบขนสินค้าเลขที่ A๐๒๙๐๕๖๑๐๐๑๓๙๐ ตรงกับสินค้าตามประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง เรื่อง  มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ ข้อ ๓ (๑) ที่กำหนดให้เรียกเก็บอากรปกป้องสำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนความหนา ๐.๙ – ๕๐.๐ มิลลิเมตร และความกว้าง ๑๐๐ – ๓,๐๔๘  มิลลิเมตร ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรประเภทดังกล่าวที่มีการนำเข้าตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ในอัตราร้อยละ ๔๔.๒๐ ของราคา ซีไอเอฟ ๒) ใบขนสินค้าเลขที่A๐๐๑๐๕๖๐๔๑๑๑๐๘ นำเข้าวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖ และใบขนสินค้าเลขที่ A๐๐๘๐๕๖๐๗๐๖๒๖๒ นำเข้าวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ พิจารณาองค์ประกอบทางเคมีตามเอกสารรับรองคุณภาพสินค้าประกอบกับบัญชีท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้า ตอนที่ ๗๒ เหล็กและเหล็กกล้า สินค้าพิพาทมีคุณสมบัติเป็นเหล็กกล้า เนื่องจากมีคาร์บอนเป็นส่วนผสมร้อยละ ๐.๑๒ - ๐.๑๙ โดยน้ำหนัก แต่ไม่มีโครเมียม และมีอะลูมิเนียม แมงกานีส ซิลิคอน น้อยกว่าปริมาณตามที่กำหนด จึงไม่เป็นเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ ตามหมายเหตุของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ฉ) และไม่ปรากฏปริมาณธาตุโมลิบดีนัม ทังสเตน และวาเนเดียมเจืออยู่ ไม่เข้าลักษณะหมายเหตุประเภทย่อยของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ง) สินค้าพิพาทจึงไม่เข้าประเภทพิกัด ๗๒๒๕.๓๐.๑๐ ในฐานะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ มีความกว้างตั้งแต่ ๖๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป อื่น ๆ ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อน เป็นม้วน ทำด้วยเหล็กกล้ารอบสูง ตามที่โจทก์สำแดง แต่สินค้าพิพาทเข้าลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้าไม่เจือ มีความกว้างตั้งแต่  ๖๐๐  มิลลิเมตรขึ้นไป ได้จากการรีดร้อน ไม่หุ้มติด ไม่ชุบหรือไม่เคลือบ เป็นม้วน ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อนมีลวดลาย จัดเข้าประเภทพิกัด ๗๒๐๘.๑๐.๐๐ มีรหัสสถิติ ๐๓๐ และ ๐๔๐ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ ๑๒/๒๕๕๕ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติสินค้า ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งตรงกับสินค้าตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมาเลเซีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๕ สิงหาคม  ๒๕๕๔ ข้อ ๓ (๑) (ค) ที่กำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ในอัตราร้อยละ ๓๐.๙๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ๓) ใบขนสินค้าเลขที่ A๐๐๘๐๕๖๐๘๐๗๑๗๖ นำเข้าวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ พิจารณาองค์ประกอบทางเคมีประกอบกับบัญชีท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ตอนที่ ๗๒ เหล็กและเหล็กกล้า สินค้าพิพาทมีคุณสมบัติเป็นเหล็กกล้าเนื่องจากมีคาร์บอนเป็นส่วนผสมร้อยละ  ๐.๑๒ – ๐.๑๙ โดยน้ำหนัก แต่ไม่มีโครเมียม และมีอะลูมิเนียม แมงกานีส ซิลิคอน น้อยกว่าปริมาณตามที่กำหนด จึงไม่เป็นเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ ตามหมายเหตุของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ฉ) และไม่ปรากฏปริมาณธาตุโมลิบดีนัม ทังสเตน และวาเนเดียมเจืออยู่ ไม่เข้าลักษณะหมายเหตุประเภทย่อยของตอนที่ ๗๒ ข้อ ๑ (ง) สินค้าพิพาทจึงไม่เข้าประเภทพิกัด ๗๒๒๕.๓๐.๑๐ ในฐานะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กกล้าเจืออื่น ๆ มีความกว้างตั้งแต่ ๖๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป อื่น ๆ ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อน เป็นม้วน ทำด้วยเหล็กกล้ารอบสูง ตามที่โจทก์สำแดง แต่สินค้าพิพาทเข้าลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นรีดทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้าไม่เจือ มีความกว้างตั้งแต่ ๖๐๐  มิลลิเมตรขึ้นไป ได้จากการรีดร้อน ไม่หุ้มติด ไม่ชุบหรือไม่เคลือบ เมื่อสินค้าเป็นแผ่นเรียบไม่มีลวดลาย และไม่ผ่านการกัดล้าง จึงจัดเข้าประเภทพิกัด ๗๒.๐๘ ในฐานะอื่น ๆ เป็นม้วน ไม่ได้ทำมากไปกว่ารีดร้อน  เมื่อสินค้ามีความหนา ๑.๔ - ๑.๖ มิลลิเมตร ซึ่งมีความหนาน้อยกว่า ๓ มิลลิเมตร จึงจัดเข้าประเภทพิกัด ๗๒๐๘.๓๙.๐๐ รหัสสถิติ ๐๗๒ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ ๑๒/๒๕๕๕ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติสินค้า ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ ต้องชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดอัตราร้อยละ๓.๔๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน  เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและทบทวนขอบเขตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐอินเดีย  สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวันฯ พ.ศ. ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่  ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ข้อ ๓ (๗) จำเลยได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งเอกสารประกอบและให้มาพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โจทก์มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วและขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อมาชี้แจงอีกครั้ง แต่โจทก์มิได้มาพบเพื่อชี้แจงพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยย่อมมีอำนาจตามกฎหมายที่จะออกแบบแจ้งการประเมินเพื่อเรียกเก็บภาษีอากรขาดจากโจทก์ได้ และไม่มีความผูกพันตามบทกฎหมายที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยจะต้องถือตามพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าดังที่โจทก์ขออนุญาตฎีกา ทั้งพิกัดอัตราศุลกากรที่ระบุในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาของจำเลยเท่านั้น มิได้มีกฎข้อใดให้ต้องรับฟังยุติตามนั้น การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ไม่เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่เป็นกรณีที่การวินิจฉัยของศาลฎีกาจะเป็นการพัฒนาการตีความกฎหมาย 

ครพ.ภษ.5020/2568

            ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองขออนุญาตฎีกาว่า  การประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะมีการนำเข้าสินค้าพิพาทระบุสินค้าในประเภทพิกัด ๘๔.๑๓ เครื่องสูบของเหลว จะมีอุปกรณ์สำหรับวัดติดอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งเครื่องตักยกของเหลว และประเภทพิกัด ๘๔๑๓.๙๑ ส่วนประกอบของเครื่องสูบ และคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ (Explanatory Notes - EN) พร้อมคำแปล ระบุรายละเอียดของของในหมวด ๑๖ ประเภท ๘๔.๑๓ ว่า “เครื่องสูบของเหลว จะมีอุปกรณ์สำหรับวัดติดอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งเครื่องตักยกของเหลว...”- ส่วนประกอบ ๘๔๑๓.๙๑ - - ของเครื่องสูบ ประเภทนี้ยังรวมถึงเครื่องสูบที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับใช้กับเครื่องจักรอื่น ๆ ยานบก ฯลฯ (รวมถึงเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องสูบน้ำมันหรือเครื่องสูบน้ำสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องสูบสำหรับเครื่องปั่นเส้นใยสิ่งทอประดิษฐ์) และระบุรายละเอียดของ “ส่วนประกอบ” ว่า “ภายใต้ข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับการจำแนกประเภทพิกัดของส่วนประกอบ (ดูบททั่วไป อธิบายพิกัดอัตราศุลกากรของหมวด ๑๖) ส่วนประกอบของของตามประเภทนี้จำแนกในประเภทนี้เช่นเดียวกัน เช่น เรือนปั๊มหรือตัวปั๊ม ก้านที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเชื่อมต่อและขับเคลื่อนลูกสูบในเครื่องสูบที่ถูกวางช่วงห่างพอประมาณจากเครื่องเริ่มแรง (Prime Mover) (เช่น ก้านสูบ “ก้านดูด”) ลูกสูบ ลูกปั๊ม เวน ลูกเบี้ยว (ลอน) สกรู วงล้อใบพัด ดิฟฟิวเซอร์เวน (Diffuser Vane) ถังตัก (บักเกต) และโซ่ที่ประกอบติดกับถังตัก (บักเกต) สายพานสำหรับเครื่องตักยกของเหลว แบบสายพาน และห้องความดัน” จะเห็นได้ว่า ของในประเภทพิกัด ๘๔.๑๓มุ่งหมายรวมถึงส่วนประกอบของเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงซึ่งยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งคัดค้านเป็นอย่างอื่นประกอบกับภาพถ่ายชุด Pump Module (ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง) แล้วเห็นได้ว่า สินค้าพิพาทรายการที่ ๑ เป็นท่อทางเดินน้ำมัน (Fuel Tube B) มีลักษณะเป็นท่อสีดำทำด้วยพลาสติกชนิด Polyamide ๑๑ หรือ PA๑๑ ผิวภายนอกเป็นแบบลูกฟูก โดยที่ปลายด้านหัวและท้ายของท่อมีลักษณะเป็นข้อต่อที่มีขนาดพอดีกับชุด Pump Module เพื่อสวมปลายท่อต่อเข้ากับชุด Pump Module โดยมีหน้าที่ในการลำเลียงของเหลว (น้ำมันเชื้อเพลิง) จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งทั้งภายในปั๊มเองและออกสู่ภายนอกโดยจะใช้ประกอบอยู่ภายในชุด Pump Module  ทั้งหมด และสินค้าพิพาทรายการที่ ๒ เป็นฝาครอบ (Flange) ทำจากพลาสติกวงกลม มีลักษณะเฉพาะโดยมีช่องสำหรับเป็นทางผ่านของท่อทางเดินน้ำมันและสายไฟ ซึ่งมีการขึ้นรูปมาเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของชุดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (Pump Module) โดยเฉพาะ นอกจากนี้ หน้าแปลนของชุดปั๊มน้ำมันนี้จะมีการเจาะรูเพื่อให้สายไฟ  และท่อทางเดินน้ำมันมาประกอบ แล้วใช้ประกอบเข้ากับถังน้ำมันเพื่อเป็นตัวเชื่อมสายไฟและท่อทางเดินน้ำมันและป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกจากถังน้ำมันทำหน้าที่เป็นตัวยึดชุด Pump Module กับถังน้ำมัน และเป็นตัวยึดของท่อทางเดินน้ำมันและสายไฟฟ้า การทำหน้าที่ของชุด Pump Module จะสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่มีท่อทางเดินน้ำมัน (Tube Fuel B) และฝาครอบ (Flange) ท่อทางเดินน้ำมัน (TubeFuel B)  และฝาครอบ (Flange) จึงเป็นของที่มีความจำเป็นแก่การทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของชุด Pump Module และเห็นได้ชัดเจนว่าอุปกรณ์ทั้งสองชนิดดังกล่าวไม่อาจนำไปใช้ประกอบกับสินค้าอย่างอื่นได้นอกจากนำไปใช้กับชุด Pump Module ดังนั้น ท่อทางเดินน้ำมัน (Tube Fuel B) และฝาครอบ (Flange) จึงถือเป็นส่วนประกอบของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (PumpModule) ซึ่งเป็นเครื่องสูบอันเป็นเครื่องจักรหรือเครื่องใช้กล จึงต้องจัดเข้าประเภทพิกัด ๘๔.๑๓ ในฐานะส่วนประกอบ ตามประเภทพิกัดย่อย ๘๔๑๓.๙๑ ในฐานะส่วนประกอบของเครื่องสูบ และประเภทพิกัดย่อย ๘๔๑๓.๙๑.๙๐ ในฐานะส่วนประกอบของเครื่องสูบอื่น ๆ และไม่อาจจัดเข้าประเภทพิกัด ๘๗๐๘.๙๙.๒๓ หรือ ๘๗๐๘.๙๙.๙๐ ตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง เนื่องจากเป็นกรณียกเว้นตามหมายเหตุ ข้อ ๒ (จ) ของหมวดที่ ๑๗ การประเมินจึงไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยทั้งสองไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย 

ครพ.ภษ.8630/2568

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า  สินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดประเภทย่อย  ๘๕๑๖.๘๐.๙๐ในฐานะเป็นตัวต้านทานสำหรับทำความร้อนด้วยไฟฟ้า  อื่น ๆตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหรือพิกัดประเภทย่อย๘๕๑๔.๙๐.๒๐ในฐานะเป็นส่วนประกอบของเตาเผาหรือเตาอบไฟฟ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมหรือตามห้องปฏิบัติการสำหรับการผลิตแผงวงจรพิมพ์/แผงการเดินสายแบบพิมพ์หรือแผงวงจรไฟฟ้า  (พีซีเอ)ตามที่โจทก์สำแดง  นั้น  เห็นว่าการวินิจฉัยว่าสินค้าพิพาทจัดอยู่ในประเภทพิกัดใดต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรในภาค  ๑ บัญชีท้าย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ.  ๒๕๓๐  ประกอบกับคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์  (Explanatory  Notes  :  EN)  ของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากรที่จัดตั้งตามอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร  ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร  พ.ศ.๒๕๖๐  มาตรา  ๑๓  วรรคหนึ่ง  และ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร  พ.ศ.๒๕๓๐  มาตรา  ๑๕วรรคสามซึ่งเมื่อพิจารณาคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์พร้อมคำแปล  พิกัดประเภทย่อย  ๘๕๑๖.๘๐ ตัวต้านทานสำหรับทำความร้อนด้วยไฟฟ้า  และหมายเหตุของพิกัดอัตราอากรขาเข้าหมวด  ๑๖   ข้อ ๒  (ก)  ในภาค๒  ท้าย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร  พ.ศ.๒๕๓๐ แล้ว  ดังนั้นเมื่อสินค้าพิพาทคดีนี้เป็นอินฟราเรดฮีตเตอร์ทำจากเซรามิกโดยแต่ละรุ่นมีลักษณะภายนอกเป็นเซรามิกมีรูปร่างแตกต่างกัน  เป็นแผง(panel)  หรือก้อนสี่เหลี่ยม  มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์  ใช้แรงดันไฟฟ้า ๒๓๐โวลต์ ทำความร้อนสูงสุดไม่เกิน  ๘๖๐  องศาเซสเซียสสินค้าพิพาทรุ่นที่มี Thermocouple  (ตัวปรับอุณหภูมิ)ภายในสินค้ามี  HeatingCoil (ขดลวดให้ความร้อน)  เป็นส่วนประกอบ  รุ่น  HSRมีขดลวดให้ความร้อนที่มองเห็นได้ติดตั้งอยู่ในตัวแผงเซรามิก  โดยเซรามิกอินฟราเรดฮีตเตอร์ทำงานบนหลักการให้ความร้อนแบบการแผ่คลื่นความร้อนให้กับวัตถุ  โดยการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนในรูปแบบของคลื่นอินฟราเรด  ซึ่งหมายความว่าความร้อนถูกสร้างขึ้นจากองค์ประกอบซึ่งเป็นตัวต้านทานเมื่อได้รับกระแสไฟฟ้า  สินค้าพิพาทจึงเป็นตัวต้านทานสำหรับทำความร้อนด้วยไฟฟ้า  ตามคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์  พิกัดประเภทย่อย๘๕๑๖.๘๐เมื่อสินค้าพิพาทเป็นตัวต้านทานสำหรับทำความร้อนด้วยไฟฟ้า  อื่น ๆ ทำความร้อนสูงสุดไม่ถึง  ๑,๔๐๐  องศาเซลเซียสจึงจัดอยู่ในพิกัดประเภทย่อย  ๘๕๑๖.๘๐.๙๐  รหัสย่อย๒๙และไม่อาจจัดเป็นของในพิกัดประเภทย่อย๘๕๑๔.๙๐.๒๐  ในฐานะเป็นส่วนประกอบของเตาเผาหรือเตาอบไฟฟ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมฯ  ได้ตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร  ข้อ๑  และข้อ  ๖ในภาค  ๑  บัญชีท้าย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร  พ.ศ.๒๕๓๐ ประกอบหมายเหตุของพิกัดอัตราอากรขาเข้าหมวด  ๑๖ข้อ  ๒  (ก)ในภาค  ๒  บัญชีท้ายพ.ร.ก.และคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ดังกล่าว  ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ทั้งเมื่อพิจารณาแล้วไม่อาจมีผลเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ  ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย  

 

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
30/06/2569
เข้าดู
73
Share