ครพ.ภษ.7549/2568
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – สาธารณรัฐอินเดีย ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ และประกาศกรมศุลกากรที่ ๔/๒๕๕๕ เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการเกี่ยวกับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – สาธารณรัฐอินเดีย ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ หรือไม่ นั้น เห็นว่า การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญในการที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรซึ่งกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกรมศุลกากรที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยศุลกากรเป็นสาระสำคัญที่ผู้นำของเข้าซึ่งประสงค์จะขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรตามประกาศนั้น ๆ ต้องยึดถือโดยเคร่งครัด การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้นำของเข้าระบุในใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มพิพาททั้ง ๘๓ ฉบับ สำแดงประเภทพิกัด ๔๔๒๑.๙๐.๙๙ ระบุรหัสสิทธิพิเศษ “AIN” อัตราอากรขาเข้าร้อยละ ๐ แสดงว่า โจทก์ประสงค์ใช้สิทธิขอยกเว้นอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้าตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน - สาธารณรัฐอินเดีย ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ โจทก์จึงต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากรและปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่จำเลยกำหนด ซึ่งได้แก่ ประกาศกรมศุลกากรที่ ๔/๒๕๕๕ เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการเกี่ยวกับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน - สาธารณรัฐอินเดีย ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ข้อ ๓ และข้อ ๔ ดังนั้น การที่โจทก์ยื่นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form FTA) มาพร้อมกับใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง ๘๓ ฉบับ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ได้ยื่นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากร และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บันทึกข้อมูลการสงวนสิทธิการขอคืนอากรภายหลังการนำเข้าไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและชำระอากรในอัตราปกติไปก่อน หรือยื่นคำร้องขอผ่อนผันโดยมีคำชี้แจงเหตุผลประกอบและให้หน่วยงานของจำเลยพิจารณาอนุมัติก่อนการนำของออกจากอารักขาศุลกากรตามที่ประกาศกรมศุลกากรดังกล่าว ข้อ ๓ (๒) ได้กำหนดวิธีปฏิบัติสำหรับผู้นำของเข้าไว้ในกรณีที่ไม่สามารถนำหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) มาแสดงก่อนนำของออกจากอารักขาศุลกากรได้ แม้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั้ง FormAI และ Form FTA ออกมาจากสาธารณรัฐอินเดียเช่นเดียวกันก็ไม่อาจนำมาใช้แทนกันได้ เนื่องจากการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแต่ละฉบับย่อมเป็นไปตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่แตกต่างกันและถือว่าเป็นเอกสารคนละประเภทกัน แม้ว่าโจทก์นำหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า(Form AI) มายื่นภายหลังในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ปรากฏว่าหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ดังกล่าวออกย้อนหลังเกินกว่า ๑๒ เดือน นับแต่วันที่รับบรรทุกสินค้า ไม่เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรดังกล่าว ข้อ ๒ (๓) การที่โจทก์นำหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ที่ออกย้อนหลังเกินกำหนดเวลาไปยื่นเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแล้วทำให้ไม่ได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ก็สืบเนื่องจากความบกพร่องของโจทก์เอง โจทก์จะอ้างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จำเลยและความบกพร่องของหน่วยงานผู้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ามาเป็นเหตุว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกรมศุลกากรดังกล่าวโดยถูกต้องแล้วและกรณีของโจทก์เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศหาได้ไม่ นอกจากนี้ การที่หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ที่ออกย้อนหลังดังกล่าวไม่อาจนำมาใช้ได้เพราะออกย้อนหลังเกินกำหนดในกรณีนี้เป็นคนละกรณีกับการที่ผู้นำเข้าไม่ได้ยื่นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AI) ภายในกำหนดเวลา ๑๒ เดือน นับแต่วันที่ออกหนังสือ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ส่งออก ตามข้อ ๑๔ (ซี) ในภาคผนวก ดี ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า สำหรับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน – อินเดีย (เอไอเอฟทีเอ) ท้ายประกาศกรมศุลกากรดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงไม่ได้รับยกเว้นอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน – สาธารณรัฐอินเดีย ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้นจึงชอบแล้ว ส่วนฎีกาของโจทก์ในประเด็นอื่นเมื่อพิจารณาแล้วไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย