ป.รัษฎากร : หมายเรียก, การให้บริการในราชอาณาจักร, เบี้ยปรับ

ครพ.ภษ.9320/2567

           ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการแรกว่า หนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มได้มีการปฏิบัติถูกต้องตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๗ หรือไม่ เห็นว่า หนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มที่พิพาทแต่ละฉบับมีข้อความชอบด้วย พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๗ แล้ว 

           ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการต่อไปมีว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโจทก์สำหรับเดือนภาษีพิพาท โดยไม่ออกหมายเรียกตรวจสอบก่อน การประเมินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การออกหมายเรียกบุคคลผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ประมวลรัษฎากรได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะใน ป.รัษฎากร มาตรา ๘๘/๔ โดยบทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบไต่สวนการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ได้เป็นบทบังคับว่า การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมีการออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนก่อน ซึ่งแตกต่างและไม่อยู่ในบังคับตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐  ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มแก่โจทก์โดยไม่จำต้องออกหมายเรียกตามมาตรา ๘๘/๔ ก่อน การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโจทก์สำหรับเดือนภาษีพิพาทจึงเป็นการประเมินตามขั้นตอนชอบด้วยกฎหมายแล้ว 

          ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการต่อไปมีว่า การให้บริการของโจทก์แก่เอวีซี  เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้างในต่างประเทศตามสัญญาจัดหาคำขอประจำอาณาเขตประเทศไทย  เป็นการให้บริการที่อยู่ภายในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ หรือไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งคัดค้านเป็นอย่างอื่นว่า เอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด (AVC Vacation Club Limited) ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย ให้มีหน้าที่จัดการทางการตลาดจากการจัดหาใบสมัครในประเทศไทยจากประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกในโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับ (Anantara Vacation Club Service) ซึ่งเป็นโครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา โจทก์ได้รับค่าตอบแทนจากผู้ว่าจ้างเป็นเงินโดยคิดจากจำนวนคะแนนสะสมที่ผู้สมัครสมาชิกได้ตกลงและชำระราคาค่าสมาชิก อันเป็นการประกอบกิจการที่ถือเป็นการให้บริการที่ทำในราชอาณาจักร  ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๗๗/๒ ส่วนปัญหาว่าการประกอบกิจการของโจทก์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ หรือไม่ ต้องพิจารณาว่าการประกอบกิจการพิพาทดังกล่าวของโจทก์มีลักษณะการใช้บริการในราชอาณาจักร หรือใช้บริการในต่างประเทศ หากเป็นการใช้บริการในราชอาณาจักร ให้ใช้อัตราร้อยละ ๗ แต่หากเป็นการใช้บริการในต่างประเทศ ให้ใช้อัตราร้อยละ ๐ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๐/๑ ซึ่งเมื่อพิจารณาสัญญาจัดหาคำขอประจำอาณาเขตประเทศไทยและเอกสารแนบท้ายสัญญาที่โจทก์ทำกับเอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้างแล้ว ตามสัญญาข้อ ๓.๑, ๓.๒ และพยานโจทก์แล้วฟังได้ว่า โจทก์มีหน้าที่บริการจัดหาคำขอหรือใบสมัครสมาชิกจากบุคคลในประเทศไทยให้แก่เอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้าง โดยเริ่มจากการประชาสัมพันธ์รวมถึงให้บริการในรูปอื่น จัดหาข้อมูลและเชิญชวนผู้สมัคร เพื่อมุ่งผลสำเร็จ คือ จัดหาคำขอหรือใบสมัครสมาชิกในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตรงกับที่เอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้กำหนดแนวทางมาตรฐานกระบวนการและวิธีการดำเนินการ มิใช่เพียงแต่รวบรวมคำขอหรือใบสมัครสมาชิกเพื่อไปให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาต่อ ทั้งได้ความว่ากรณีที่มีการสมัครสมาชิกแล้วผู้สมัครจะต้องชำระเงินมัดจำบางส่วน จึงจะมีการส่งใบสมัครและข้อมูลไปให้เอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด พิจารณา  หากไม่มีการชำระเงินมัดจำบางส่วนแล้วจะไม่มีการส่งใบสมัครไป ส่วนการอนุมัติหรือการปฏิเสธคำขอหรือใบสมัครสมาชิก เป็นเรื่องระหว่างลูกค้าหรือผู้สมัครสมาชิกกับเอวีซี  เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน แสดงให้เห็นว่า ลักษณะการให้บริการของโจทก์มีเพียงการให้บริการหาลูกค้าในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติตรงตามที่เอวีซี เวเคชั่น คลับ  ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้าง กำหนด อันเป็นการให้บริการในราชอาณาจักรตามภาระหน้าที่ที่โจทก์ได้รับจ้างมา จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๐ ประกอบพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มให้ใช้อัตราร้อยละ ๗ ที่โจทก์อ้างว่า โจทก์ได้รับค่าตอบแทนเฉพาะคำขอของสมาชิกที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้เป็นสมาชิก จึงต้องถือว่าการบริการของโจทก์ส่งผลไปให้ผู้ว่าจ้างใช้บริการในต่างประเทศ  การให้บริการของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้น ขึ้นอยู่กับการอนุมัติคำขอหรือใบสมัครสมาชิกค่าตอบแทนที่โจทก์ได้รับต้องพิจารณาจากการที่ผู้สมัครสมาชิกซื้อคะแนนคลับพอยท์และใช้คะแนนคลับพอยท์นั้นจองที่พักในประเทศไทยระหว่างปีที่พิพาทเท่านั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ให้บริการกับผู้ที่เป็นสมาชิก การที่สมาชิกจะใช้คะแนนสะสมที่ใดเป็นเรื่องการให้บริการของเอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิเต็ด กับสมาชิกไม่เกี่ยวกับการให้บริการของโจทก์ ส่วนการที่เอวีซี เวเคชั่น คลับ  ลิมิเต็ด ผู้ว่าจ้าง จะไม่อนุมัติคำขอใบสมัครอันทำให้โจทก์ได้รับค่าตอบแทนน้อยลงก็เป็นผลเพียงทำให้ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นเมื่อโจทก์ได้รับชำระค่าบริการตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๗๘/๑ น้อยลงเท่านั้น แต่ไม่มีผลทำให้การบริการของโจทก์ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ ต้องเปลี่ยนแปลงไป การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว

             ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการต่อไปมีว่า กรณีของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มมากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาลดให้หรือไม่  เห็นว่า แม้จะได้ความว่าในการตรวจสอบของเจ้าพนักงานของจำเลย โจทก์ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยดี แต่เมื่อโจทก์และเอวีซี เวเคชั่น คลับ ลิมิตเต็ด ผู้ว่าจ้างมีผู้ถือหุ้นรายเดียวกัน  และการให้บริการของโจทก์ตามสัญญาจัดหาคำขอประจำอาณาเขตประเทศไทยที่พิพาทระหว่างโจทก์กับผู้ว่าจ้าง เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการในราชอาณาจักร อันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๐ แต่โจทก์กลับหลีกเลี่ยงไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเอวีซี เวเคชั่น คลับลิมิตเต็ด ผู้ว่าจ้าง ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ ๕๐ ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์มากแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้แก่โจทก์มากไปกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาลดให้อีก 

            ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
26/12/2568
เข้าดู
46
Share