ภาษีศุลกากร : มาตรา 45

ครพ.ภษ.11171/2567

           ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ถูกประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนปราบปรามของจำเลยเข้าตรวจค้นสถานประกอบการของโจทก์ จากการตรวจสอบเอกสารของโจทก์ที่ยึดได้พบว่า โจทก์สำแดงราคาสินค้าพิพาทต่ำกว่าความเป็นจริง แต่โจทก์กล่าวอ้างว่าราคาที่โจทก์สำแดงเป็นราคาที่โจทก์ได้รับส่วนลดทางการค้าจากบริษัทผู้ขายในต่างประเทศ คดีจึงมีประเด็นพิพาทเฉพาะราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง ๑๗  ฉบับ ว่าเป็นราคาสินค้าที่แท้จริงหรือไม่ ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์การประเมิน โจทก์ยื่นเอกสารประกอบคำอุทธรณ์ซึ่งมีเพียงสำเนา Commercial Invoice หลักฐานการชำระเงินค่าสินค้าแก่บริษัทผู้ขายผ่านธนาคารและสำเนาหนังสือรับรองจากบริษัทผู้ขาย ที่ระบุว่าแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายพร้อมจะให้ส่วนลดเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับส่วนลดทางการค้าคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงมีหนังสือเรียกให้โจทก์ส่งเอกสารหลักฐาน ข้อมูล  และไปพบเพื่อให้ถ้อยคำ เช่น ต้นฉบับบัญชีราคาสินค้า เอกสารสั่งซื้อ เอกสารสัญญาตกลงซื้อขาย  เอกสารยืนยันราคาสินค้า เอกสารการชำระเงินค่าสินค้าที่อ้างอิงได้ สำเนาใบเสร็จชำระค่าขนส่งและค่าประกันภัย เอกสารอื่น ๆ ที่โจทก์เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการพิจารณา โจทก์ส่งเอกสารบางส่วนและมีหนังสือขอขยายระยะเวลาการนำส่งเอกสารที่เหลือ โดยมีบันทึกการให้ถ้อยคำและชี้แจงข้อเท็จจริงของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ว่า โจทก์ได้สำแดงราคาที่แท้จริงซึ่งเป็นราคาที่ได้หักส่วนลดและแสดงหลักฐานการชำระเงินที่ครบถ้วนต่อพนักงานศุลกากรแล้ว ทั้งนี้จะนำส่งหลักฐานอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนลดและขั้นตอนวิธีการซื้อขายและการชำระเงินค่าสินค้าของโจทก์กับผู้ขายในภายหลัง แต่เมื่อครบกำหนดเวลา โจทก์ไม่นำส่งเอกสารดังกล่าว คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงมีหนังสือเรียกให้โจทก์ส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกเป็นครั้งที่สอง โจทก์ได้รับหนังสือและขอขยายเวลาการนำส่ง เมื่อถึงกำหนด โจทก์ไม่นำส่งเอกสารตามหนังสือเรียกเอกสารเพิ่มเติมครั้งที่สอง ทั้งที่เอกสารดังกล่าวล้วนอยู่ในความครอบครองหรือความรู้เห็นของโจทก์ หากโจทก์สามารถนำส่งเอกสารดังกล่าวได้ก็ย่อมเป็นประโยชน์แก่โจทก์เอง แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการส่งเอกสารให้ครบจนไม่สามารถพิสูจน์หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอให้ฟังได้ว่า  ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงเป็นราคาสินค้าที่ได้รับส่วนลดจริง ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกให้โจทก์ส่งเอกสารหลักฐาน ข้อมูล หรือสิ่งของที่เกี่ยวกับเรื่องที่อุทธรณ์มาแสดงได้ หรือไม่ยอมให้ถ้อยคำ โดยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ให้เวลาแก่โจทก์ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
27/02/2569
เข้าดู
52
Share
คำพิพากษาที่น่าสนใจล่าสุด
จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมคำฟ้องฎีกา (คดีละเมิดอำนาจศาล)

ภาษีอากร : ขอคืนภาษี

จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกา คำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา และคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกา

ป.รัษฎากร : หมายเรียก, การให้บริการในราชอาณาจักร, เบี้ยปรับ

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43