พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง : คำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย

ครพ.ภษ.1095/2568

           ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๐, ๓๑, ๓๗, ๔๑ และ ๔๕ หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.๗๓.๑) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๓๗ ส่วนที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาเกี่ยวกับกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์นั้นไม่มีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แต่อย่างใด นอกจากนี้ เจ้าพนักงานของจำเลยได้ให้โจทก์มีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ทั้งหนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ได้แจ้งสิทธิให้แก่โจทก์กรณีไม่เห็นด้วยกับการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และต่อศาลภาษีอากรกลางแล้ว และเชื่อได้ว่าจำเลยได้ให้สิทธิโจทก์ตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งหรือชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตนแล้ว ดังนั้น หนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงไม่ใช่คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยการฝ่าฝืนอันเป็นเหตุให้คำสั่งทางปกครองไม่สมบูรณ์ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา ๔๑  แต่เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา ๓๐, ๓๑, ๓๗ และ ๔๕ ทั้งเมื่อได้ความว่า หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ รวม ๖ ฉบับ ยังส่งให้โจทก์ไม่ได้ ประกอบกับเนื้อหาตามคำให้การเอกสารหมาย จ. ๖ แผ่นที่ ๒๖ และ ๒๗ เป็นกรณีการรับทราบผลการตรวจสอบภาษีธุรกิจเฉพาะ และผลการส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ดังกล่าว รวมทั้งรับทราบหนังสือตอบข้อหารือระหว่างหน่วยงานภายในของจำเลย ซึ่งไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยประเด็นที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า หนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบเพราะไม่ได้มีการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมตามที่บันทึกไว้ในคำให้การเอกสารหมาย จ.๖ ภายใน ๙๐ วัน นับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๙ วรรคสอง และมาตรา ๕๓ วรรคสอง 

ครพ.ภษ.2505/2568

            ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า การประเมินหนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งสิทธิและหน้าที่ในกระบวนพิจารณาทางปกครอง และให้โอกาสโจทก์ในการทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอเพื่อการโต้แย้งและแสดงหลักฐานของตนในการชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตนได้ อันชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ มาตรา ๒๗, ๒๙, ๓๐, ๓๑ และ ๓๒ และหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมใบแนบและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ปรากฏรายละเอียดข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจไว้อย่างชัดเจนครบถ้วน หนังสือแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ มาตรา ๓๗ แล้ว

 

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
30/04/2569
เข้าดู
21
Share