ภาษีอากร : ภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบ

ครพ.ภษ.2508/2568

          ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการแรกว่า การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ผู้ที่จะมีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้นอกจากต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังต้องปรากฏว่าผู้ประกอบการนั้นได้ขายสินค้าและชำระราคาสินค้านั้นจริง หาใช่ว่าใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนจะเป็นใบกำกับภาษีที่ชอบด้วยกฎหมายทุกกรณี เมื่อโจทก์เป็นผู้ได้รับประโยชน์ในการนำใบกำกับภาษีซื้อพิพาทไปใช้เครดิตภาษีหรือขอคืนภาษีภาระการพิสูจน์ว่าใบกำกับภาษีซื้อที่ออกโดยบริษัทซี จำกัด บริษัทส จำกัด และบริษัทท จำกัด ถูกต้องแท้จริงและชอบด้วยกฎหมายย่อมตกแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทั้งสามบริษัทผู้ออกใบกำกับภาษีซื้อพิพาทให้แก่โจทก์ได้ขายและส่งมอบสินค้าพร้อมรับชำระราคาสินค้าจากโจทก์จริง  ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ใบกำกับภาษีซื้อพิพาทที่โจทก์นำมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๖/๑๓ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามป.รัษฎากร มาตรา ๘๒/๕ (๕) และมาตรา ๘๒/๓ การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการต่อไปว่า มีเหตุลดหรืองดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อฟังได้ว่าโจทก์นำใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยไม่ชอบมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมฟังไม่ได้ว่าโจทก์สุจริต จึงไม่มีเหตุสมควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่งดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้ว ที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการที่สุดท้ายว่า เจ้าพนักงานของจำเลยและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่จำเลยกำหนดขึ้นนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๕๒ และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๖ ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญ
ที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย

ครพ.ภษ.5018-5019/2568

          ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการแรกว่า การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สำหรับเดือนภาษีมีนาคมถึงเดือนภาษีพฤษภาคม เดือนภาษีกรกฎาคมถึงเดือนภาษีธันวาคม ๒๕๕๕ เดือนภาษีมกราคม เดือนภาษีกุมภาพันธ์ และเดือนภาษีพฤษภาคม ๒๕๕๖ รวม ๑๒ เดือนภาษี กับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขอรับเงินคืน (ภ.พ.๗๒.๑) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สำหรับเดือนภาษีมิถุนายน ๒๕๕๕ เดือนภาษีมีนาคม เดือนภาษีเมษายน และเดือนภาษีมิถุนายน ๒๕๕๖ รวม ๔ เดือนภาษี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ผู้ที่จะมีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้นอกจากต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังต้องปรากฏว่าผู้ประกอบการนั้นได้ขายสินค้าและได้รับชำระราคาสินค้านั้นจริง หาใช่ว่าใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนจะเป็นใบกำกับภาษีที่ชอบด้วยกฎหมายทุกกรณี เมื่อโจทก์เป็นผู้ได้รับประโยชน์ในการนำใบกำกับภาษีซื้อพิพาทไปใช้เครดิตภาษีหรือขอคืนภาษี ภาระการพิสูจน์ว่าใบกำกับภาษีซื้อออกโดยถูกต้องแท้จริงและชอบด้วยกฎหมายจึงตกแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบริษัทซี จำกัด บริษัทส จำกัด บริษัทท จำกัด และบริษัทอื่น ๆ ผู้ออกใบกำกับภาษีซื้อพิพาทให้แก่โจทก์ได้ขายและส่งมอบสินค้าพร้อมรับชำระราคาสินค้าจากโจทก์จริง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ใบกำกับภาษีซื้อพิพาทที่โจทก์นำมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๖/๑๓ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๘๒/๕ (๕) และมาตรา ๘๒/๓ การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ รวม ๑๒ เดือนภาษี กับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขอรับเงินคืน (ภ.พ.๗๒.๑) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ รวม ๔ เดือนภาษี ชอบด้วยกฎหมายแล้วที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาประการต่อไปว่า มีเหตุลดหรืองดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์หรือไม่ ศาลล่างทั้งสองพิจารณาแล้วไม่มีเหตุงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า เจ้าพนักงานของจำเลยและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่จำเลยกำหนดขึ้นนั้น  เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๕๒ และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๖ ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย 
 

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
28/05/2569
เข้าดู
75
Share