ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๖ วรรคสอง บัญญัติว่า “ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง” ตามข้อเท็จจริงหลังจากที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ ๓๓ ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งถือเป็นวันที่จำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ผิดนัด แต่โจทก์หาได้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ผู้ค้ำประกันไม่ โจทก์เพิ่งมีหนังสือขอให้ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาฉบับลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ส่งไปยังจำเลยทั้งสาม อันถือได้ว่าเป็นวันที่โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน เมื่อจำเลยที่ ๒ ได้รับหนังสือในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และจำเลยที่ ๓ ได้รับหนังสือในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จึงเกินกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัด จึงมีผลให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ แต่หนี้การส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนหาใช่ค่าภาระติดพันอันเป็นหนี้อุปกรณ์ตามความหมายของมาตรา ๖๘๖ วรรคสองไม่ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ หรือหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน
เรื่อง เช่าซื้อ ค้ำประกัน (ฎีกา ๙๐๓/๒๕๖๒)
เผยแพร่โดย
แผนกคดีผู้บริโภค
วันที่เผยแพร่
13/04/2563
เข้าดู
349
Share
คำพิพากษาที่น่าสนใจล่าสุด
ภาษีอากร : ใบกำกับภาษีออกโดยไม่ชอบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม
31/07/2569
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (ไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง)
31/07/2569
ภาษีศุลกากร : หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า
30/06/2569
ภาษีศุลกากร : หลักเกณฑ์การตีความพิกัด
30/06/2569
จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอยอมความ
30/06/2569