ภาษีอากร : มาตรา 82/1, มาตรา 77/1 (7)

ครพ.ภษ.10556/2567

          ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาตามที่โจทก์ขออนุญาตฎีกาว่า คำสั่งแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยสำหรับเดือนภาษีมีนาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนภาษีมกราคม ๒๕๖๐ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในการซื้อขายระหว่าง บริษัทส. จำกัด กับบริษัทด. จำกัด ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๘ สินค้าที่บริษัทด. จำกัด สั่งมาถึงประเทศไทยจะต้องส่งให้บริษัทสเป. จำกัด เป็นผู้ประกอบอะไหล่บางส่วนก่อนแล้วบริษัท สเป. จำกัด จะส่งมอบสินค้าให้บริษัทด. จำกัด ต่อไป บริษัทสเป. จำกัด มีหน้าที่ผลิตสินค้าให้แก่บริษัทส. จำกัด เพียงรายเดียวเท่านั้น และในบันทึกข้อความลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๒ ตามเอกสารหมาย ล.๘ แผ่นที่ ๒๑ ถึง ๒๓ ที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทส.จำกัด กับบริษัทสเป. จำกัด ระบุว่า บริษัทสเป. จำกัด ได้ให้บริการผลิตประกอบชิ้นส่วนวัตถุดิบและส่วนประกอบต่าง ๆ ให้กับบริษัทส.จำกัด วัตถุดิบที่จัดส่งให้ทางบริษัทสเป.จำกัด ยังคงเป็นทรัพย์สินของบริษัทส. จำกัด ชิ้นส่วนเมื่อผลิตเสร็จแล้วจะนำไปจำหน่ายโดยบริษัทส. จำกัด ให้แก่ลูกค้าต่อไป นอกจากนี้ยังปรากฏว่านอกจากบริษัทส. จำกัด แล้ว บริษัทสเป. จำกัด ก็ไม่มีลูกค้ารายอื่นและไม่มีบริษัทย่อยอื่น ๆ อีกที่ดำเนินการผลิตให้กับบริษัทส. จำกัด บริษัทส. จำกัด ยังให้เงินทุนแก่บริษัทสเป. จำกัด และตามหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัทสเป. จำกัด ก็ระบุว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทคือ บริษัทส.จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและถือหุ้นร้อยละ ๙๙.๙๙ ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว อีกทั้งตามหนังสือของบริษัทสเป. จำกัด ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อจำเลยว่า บริษัทส. จำกัด ประกอบกิจการขายอุปกรณ์กำเนิดก๊าซเพื่อกระตุ้นการทำงานของเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติและถุงลมนิรภัยในรถยนต์ โดยบริษัทสเป. จำกัด ในฐานะตัวแทนมีหน้าที่ในการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าของบริษัทส. จำกัด ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ทำให้บริษัทส. จำกัด ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมีตัวแทนในการประกอบกิจการในประเทศไทยแสดงว่า บริษัทสเป. จำกัด ประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนบริษัทส. จำกัด ที่อยู่นอกราชอาณาจักรอันมีลักษณะเป็นตัวแทนตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๗/๑ (๗) และเมื่อพิจารณาถึงการที่บริษัทส. จำกัด ซื้อขายสินค้าตัวจุดระเบิดในอุปกรณ์กำเนิดก๊าซกับบริษัทด. จำกัด มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ จนถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ต่อเนื่องกันมาโดยตลอดทุกเดือน และหลังจากที่บริษัทส. จำกัด จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ก็มีการซื้อขายต่อเนื่องกันตลอดมา พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมถือได้ว่าบริษัทส. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักรได้ขายสินค้าในราชอาณาจักรให้แก่บริษัทด. จำกัด เป็นปกติธุระไม่ใช่เป็นการชั่วคราว โดยมีบริษัทสเป. จำกัด เป็นตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร บริษัทสเป. จำกัด จึงมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๒/๑ (๑)ประกอบมาตรา ๗๗/๑ (๗) ที่บริษัทส. จำกัด โดยบริษัทสเป. จำกัด ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีมีนาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนภาษีมกราคม ๒๕๖๐ ไปจึงถูกต้องแล้ว โจทก์ไม่อาจขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีพิพาทดังกล่าวได้ คำสั่งแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนประเด็นอำนาจฟ้องแม้โจทก์จะฎีกาไม่เห็นด้วยกับเหตุผล แต่โจทก์ก็เห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นกรณีที่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัย 

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
27/11/2568
เข้าดู
104
Share