ภาษีอากร : ขอคืนภาษี

ครพ.ภษ.10557/2567

            ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาตามที่จำเลยขออนุญาตฎีกาว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรภายในกำหนดเวลาตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๒๗ ตรี (๑) หรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๒๗ ตรี เป็นเรื่องการขอคืนภาษีอากรซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามความในตอนท้ายของมาตรา ๒๗ ตรี วรรคหนึ่ง การนับระยะเวลาขอคืนภาษีอากรจึงต้องเริ่มต้นจากการยื่นแบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีก่อน เนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการจะมีภาษีที่ได้ชำระแล้วหรือมีการคำนวณเครดิตภาษีจากจำนวนเงินภาษีที่หักและนำส่ง อันมีผลทำให้เกิดจำนวนภาษีที่ได้ชำระแล้วและมีสิทธิขอคืนได้ มาตรา ๒๗ ตรี (๑) จึงบัญญัติให้ผู้มีสิทธิขอคืนภาษีอากรที่ยื่นรายการเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดขอคืนได้ภายในสามปี นับแต่วันยื่นรายการก็สืบเนื่องมาจากแม้ผู้ยื่นจะยื่นเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่เมื่อผู้ยื่นไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรจึงต้องคืนให้ เมื่อเงินภาษีอากร ๑,๘๗๙,๖๒๘.๑๘ บาท ที่โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เป็นเงินภาษีที่โจทก์เริ่มชำระตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ฉบับยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการไปเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ จึงไม่ใช่ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่โจทก์ชำระไปพร้อมกับแบบแสดงรายการฉบับปกติที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ สิทธิในการขอคืนเงินภาษี๑,๘๗๙,๖๒๘.๑๘ บาท เกิดขึ้นเมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ฉบับเพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ หาใช่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน  ๒๕๖๐ ดังที่จำเลยฎีกาไม่ เนื่องจากในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๓ โจทก์ยังไม่ได้ชำระเงินภาษีในส่วนนี้ ย่อมไม่อาจขอคืนได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนภาษีอากรเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จึงเป็นการยื่นภายในกำหนดเวลาสามปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๒๗ ตรี (๑) เมื่อปรากฏว่าโจทก์สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาทได้ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบแสดงรายการ ฉบับเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ดังกล่าว จำเลยต้องคืนเงินภาษีอากรให้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย

เผยแพร่โดย

แผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

วันที่เผยแพร่
30/01/2569
เข้าดู
165
Share
คำพิพากษาที่น่าสนใจล่าสุด
ภาษีศุลกากร : มาตรา 45

จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมคำฟ้องฎีกา (คดีละเมิดอำนาจศาล)

จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกา คำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา และคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกา

ป.รัษฎากร : หมายเรียก, การให้บริการในราชอาณาจักร, เบี้ยปรับ

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43